Archive for the ผมจะเขียนถึงโลกนี้… Category

คำถาม เปลี่ยนชีวิต

Posted in ผมจะเขียนถึงโลกนี้... with tags , , , on 2014/02/10 by beckung

วันนี้ได้ไปซ้อมแข่งวิ่งวิบากงานกีฬาสีของบริษัท หน้าที่ที่ผมจะต้องทำคือการวิ่งไปเป่าขวดพลาสติกที่ใส่น้ำไว้ 3/4 ขวดให้ล้ม ถ้าใครพอนึกภาพออกลองนึกถึงขวดน้ำดื่มสิงห์ ใส่น้ำเกือบเต็ม แล้วก็เป่าให้ล้ม นั่นแหละครับ

ลองเป่าจนหน้ามืดไปเกือบ 10 ที ทำได้แค่ให้มันขยับนิด ๆ หน่อย ๆ

“ใครจะไปทำได้วะพี่ ?” ผมบอกกับผู้จัดการทีมไปอย่างตรง ๆ

พี่เขาหยิบขวดน้ำไปพิจารณา แล้วลองเคาะหาตำแหน่ง และลองเทียบแรงกระทบกับขวดว่าจุดไหนใช้แรงน้อยที่สุด แล้วแกก็มาร์คจุดให้ผมลองเป่าใหม่

เออ แม่งล้มง่าย ๆ เลยว่ะครับ…

ประเด็นคือ ตอนนี้ผมกำลังเชื่อว่า “คำถาม” ต่อสถานการณ์ใด ๆ ก็ตาม มีผลต่อผลลัพธ์ที่จะออกมามาก ในขณะที่ผมตั้งคำถามว่า “ใครมันจะไปทำได้วะ” แต่พี่เขากลับตั้งคำถามว่า “ทำยังไงมันถึงจะล้มได้” แม้จะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเช่นการเป่าขวดน้ำให้ล้ม ก็สามารถวิเคราะห์และจัดการได้อย่างจริงจัง ในขณะที่ผมเชื่อไปแล้วว่ามันทำไม่ได้

สรุปคือตอนนี้ผมมีความเชื่ออย่างนึงว่า ถ้าเรามีความมุ่งมั่นที่จะทำอย่างหนึ่งอย่างใดแบบจริงจังอย่างเพียงพอ และมีการคิดอย่างเป็นกระบวนการ มีการตั้งคำถามในเชิงบวก มันจะมีพลังงานวิเศษที่จะขยับให้เรามุ่งหน้าไปยังจุดมุ่งหมายได้อย่างถูกทิศทางแน่นอน

ครึ่งนึงในอดีต Nokia เคยบอกว่า มือถือจอสัมผัสน่ะ มันต้องใช้ stylus อย่างเดียว ใช้นิ้วควบคุมไม่มีทางแม่นยำ 100% หรอก

หลังจากนั้น Apple ก็ออก iPhone ตัวแรก…

การต่อสู้หน้าลิฟท์ระหว่างเด็กหนุ่มตัวร้ายกับผู้ชายแบกของ

Posted in ผมจะเขียนถึงโลกนี้... with tags , , on 2013/11/22 by beckung

ช่วงสาย ๆ ขณะที่กำลังเดินเข้าลิฟท์ที่บริษัท ในลิฟท์ไม่มีคน ตอนกำลังเดินเข้า ปลายหางตาแว๊บแว๊บ เห็นผู้ชายคนนึงถือกระเป๋าสองใบ ดูท่าทางหนัก ระยะทำการประมาณ 7-8 เมตร ที่ 11 นาฬิกา พอเข้าลิฟท์ได้ มือกดปิดประตูรัวรัว ประหนึ่งกำลังเล่น Line Pop อยู่ ในขณะที่เสียงฝีเท้ากำลังใกล้เข้ามาเรื่อย…เรื่อย นึกขึ้นได้ว่าลืมกดชั้น เลยลากนิ้วกดชั้นมั่วซั่วไป 2-3 ชั้น เพื่อให้ประตูลิฟท์ปิด

เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาทุกที…ทุกที มีเสียงดังแว่ว…แว่ว เข้ามาว่า “รอออ ด้วยยย ยยย ยย ย…” ในขณะที่มือผมก็กดปุ่มปิดประตูรัวรัว ประหนึ่งว่ากำลังหนีผีบุปผาที่กำลังจะตามเข้ามาในลิฟท์ หัวใจเต้นแรง นี่มันตื่นเต้นมากเลยนะ…!!!

ตัดมาฉากสุดท้าย เห็นเป็นคล้ายภาพสโลวโมชั่น ผู้ชายคนนั้นห่างลิฟท์เพียงแค่ 2 เมตร ดูท่าทางหอบเนื่องจากกึ่งเดินกึ่งวิ่งมา กำลังพยายามเอาไหล่แทรกมายับยั้งการปิดของประตูลิฟท์ซึ่งกำลังปิดลงช้า ๆ เหมือนกำแพงในรายการ The Band ผมจึงส่งใบหน้าแสดงความห่วงใย และเอื้อมไปพยายามเปิดประตูให้ลิฟท์หยุด แต่ยั้งมือไว้แค่ขอบประตู ไม่ได้กดตรงสันที่จะทำให้ประตูเปิดออก มืออีกข้างพยายามทำเหมือนกดประตูให้ลิฟท์เปิด แต่ที่จริงแล้วกดปุ่มปิดด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าในตอนแรกในความเร็วที่ประเมินค่าไม่ได้แล้ว ทุกสิ่งอย่างเกิดขึ้นเร็วมากแม้จะอยู่ในโหมดสโลวโมชั่น การแข่งขันจบลงที่ประตูปิดสนิทลง และชายคนนั้นยังยืนหอบอยู่ข้างนอก

เกมจบลงแล้ว ความสะใจคือรางวัลสำหรับผู้ชนะในครั้งนี้ ผมหัวเราะออกมาแบบไม่มีเหตุผล เหมือนผู้ร้ายในหนังการ์ตูนเด็กเลยล่ะ

นานนานทีจะสนุกตื่นเต้นแบบนี้นะเนี่ยยย…

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาไม่เกิน 7 วินาทีจริงจริงนะ…

กระทรวงวัฒนธรรมกับ SimSimi

Posted in ผมจะเขียนถึงโลกนี้... with tags , , , , , on 2012/02/02 by beckung

มาอีกแล้วครับ กับหน่วยงานเทพ หน่วยงานที่มีคนพูดถึงบ่อยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

กระทรวงวัฒนธรรม

หน้าที่ของกระทรวงนี้คือ ทำทุกอย่างเพื่อขัดความสุขของคนไทยทั้งประเทศนั่นเอง

ว่าด้วยเรื่องล่าสุด ตอนนี้พวกเขาออกมาบอกว่า SimSimi โปรแกรมแชทกับบอทยอดฮิตในตอนนี้ โดยแสดงความเป็นห่วงเป็นใยว่า แอพฯ นี้อาจจะทำให้คำหยาบระบาดหนัก !!!

เอ่อ ผมว่า ถ้าพวกตาแก่นี่ศึกษาแอพฯ SimSimi ดี ๆ จะรู้ว่า ไอ้คำตอบทั้งหลายที่เจ้าลูกไก่นรกมันตอบเรามาเนี่ย มันเกิดจากการ “สอน” ให้มันตอบนี่แหละ

แล้วใครสอนล่ะ ถ้าไม่ใช่คนไทย ถ้าไม่ใช่กลุ่มวัยรุ่น ถ้าไม่ใช่กลุ่มเด็กเกรียน ๆ ดังนั้น มันไม่แปลกหรอกถ้าแอพฯ มันจะมีคำตอบออกมาในลักษณะเกรียน ๆ กวน ๆ แบบนี้

ในส่วนนี้ผมตั้งข้อสังเกตนะว่า ถ้าเราคุยกับลูกไก่บ้านี่ดี ๆ ละก็ มันก็จะตอบเราดี ๆ นะ บางทีก็ฮา ๆ บ้าง ไม่น่าเกลียดอะไร
แต่ถ้าเราขึ้น “มึง” ขึ้น “กู” หรือด่ามัน มันก็จะด่าเราและใช้ภาษาลักษณะเดียวกับเราทันที ซึ่งตรงนี้ในแง่ของโปรแกรมเมอร์ผมถือว่าแม่งเจ๋งเลย อัลกอริธึมเกาหลีเขาแยกแยะความเถื่อนเราได้ด้วยเว้ยเฮ้ย นี่ผมมองในมุมโปรแกรมมิ่งนะ

จริง ๆ แอพฯ แชทกับบอทเนี่ย มันมีมาหลายแอพฯ แล้วนะ ทำไม SimSimi มันถึงโดนใจพวกเรา จนกระทั่งคนติดกันขนาดนี้ ก็เพราะการเข้าถึงแอพฯ ได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นทางหน้าเว็บ หรือโหลดได้จาก App Store ของ iOS หรือ Market บน Android หรือไม่ว่าจะเป็นความกวนตีน หยาบคาย และสำคัญที่สุดคือ มันฮานี่แหละ

ดูเอาละกัน แค่แอพฯ ออกมา 2 วัน มี fanpage บนเฟซบุ๊คขนาดนี้

image

คนฮิตกันขนาดนี้ พอพวกกระทรวงวัฒนธรรมเห็นก็ทนไม่ได้สิครับ เฮ้ย ทำผลงานเงียบ ๆ มันไม่เข้าตารัฐบาลเว้ย เดี๋ยวพวกสื่อจะลืมพวกอั๊วะ เกาะกระแสดังแม่งเลยดีกว่าครับพี่น้อง

แล้วก็ออกมาเป็นข่าว…

ผลงานการเบลอจนช่องเก้าการ์ตูนดูไม่ได้ หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรยา

ผมว่ากระทรวงนี้เขาคงอยากได้ผลงานเป็นรูปธรรมนั่นแหละมั้ง ปีละอย่างสองอย่างก็พอ

ดังนั้น เราอย่าไปใส่ใจอะไรมากเลยครับ entry นี้ผมเขียนมาบ่น ๆ พวกตาแก่พวกนี้ไปงั้นแหละ ไม่มีสาระอะไรหรอก พวกนายเวลามีความสุขกับอะไรซักอย่าง ก็อย่าทำให้มันเอิกเกริกนัก อย่าให้มันฮิตอะไรมากมาย

เดี๋ยวพวกเขาจะโผล่มาขัดความสุขของคุณ !!!

พี่เสกวันนี้ เปลี่ยนไปเยอะนะ

Posted in ผมจะเขียนถึงโลกนี้... with tags , , , , , , on 2011/12/20 by beckung

สิ่งที่พี่เสกทำ…

ไม่เข้าท่าเท่าไหร่กับการออกมาแถลงข่าวเปิดใจของพี่เสกในรอบนี้

ประเด็นที่ออกมายอมรับว่าเสพย์ยากับตีเมียนี่ข้ามไปได้เลยครับ เพราะจำนนต่อหลักฐานไง ถ้าแถไปกว่านี้ก็แย่แล้วครับ

ประเด็นที่ผมเห็นว่ามันไม่เข้าท่าก็นะ…

อย่างแรกเลย พี่เสกช่างพยายามอย่างมากที่จะให้ภาพลักษณ์ของการเสพย์ยานั้นดูเบา เบามาก ๆ เมื่อเทียบกับศิลปินระดับโลก
แต่คุณมันไม่ระดับโลกไงครับ คุณเคยโกอินเตอร์  ทิ้งวง ทิ้งเพื่อนที่ช่วยกันดันคุณขึ้นมา แล้วสุดท้ายคุณก็กลับมาทำเพลงที่ประเทศไทยอยู่ดี ซึ่งจุดนี้ ในความคิดของผม คุณก็ได้แค่ร็อคแอนด์โรลเมืองไทยครับ
คุณสอนคนอื่นว่าให้นำแบบอย่างที่ดีไปใช้ แล้วในกรณีที่คุณเปรียบเทียบกับจอห์น เลนนอน ทำไมคุณไม่ทำบ้างล่ะครับ จริง ๆ คุณไม่น่าจะกล้าเปรียบเทียบตัวคุณกับจอห์น เลนนอนด้วยซ้ำ

อย่างที่สอง เรื่องนี้ผมยอมไม่ได้ ที่พี่เสกพยายามจะบอกว่า การเป็น artist นักดนตรีร็อคแอนด์โรล หรือนักแต่งเพลงทำให้ต้องยุ่งเกี่ยวกับสิ่งพวกนี้ 
ในฐานะที่ผมเป็นนักดนตรีเหมือนคุณ และเคยมีคุณเป็นไอดอล ผมถือว่าคุณทำลายภาพลักษณ์ทุกอย่างของคุณลงด้วยคำพูดนี้ครับ ทำไมชาวร็อคต้องเสพย์ยาทุกคนเหรอครับ คุณจะเป็นแค่ไอ้โง่คนหนึ่งที่แต่งเพลงไม่ได้ถ้าไม่มียาหรือไง โชว์ของคุณที่ผ่าน ๆ มา ผมเห็นสิ่งที่มันหลุดโลกจากยาอย่างนั้นหรือไงครับ

อย่าเอาคำว่าร็อคหรือคนทำเพลงมาอ้าง มันเป็นเรื่องของคนโง่ ๆ คนหนึ่งเท่านั้น

เอาจริง ๆ ผมเห็นพี่เสกเป็นไอดอลผมอยู่พักใหญ่ ๆ ตอนพี่อยู่โลโซเลยนะ สมัยผมเล่นกีต้าร์ใหม่ ๆ นี่ พี่ออกชุด Entertainment มาผมจำได้ดี มีเพลง ซมซาน ที่มือกีต้าร์รุ่นผมนี่แย่งกันแกะโซโล่ตอนจบมาโชว์กันเลยนะ
ภาพเหล่านั้น ตอนนี้มันไม่สวยงามอีกต่อไปแล้วเมื่อคุณพูดจาประคองตัวเองโดยดึงเหมารวมกลุ่มศิลปินให้ลงต่ำไปกับคุณด้วย ตอนนี้ ผมเห็นคุณเหมือนเด็กที่พยายามจะลากเพื่อนมาโดนครูตีด้วย จะได้ไม่ต้องอายคนเดียว ทั้ง ๆ ที่มันเรื่องของคุณคนเดียวแท้ ๆ
และผมเชื่อว่า แรงบันดาลใจดีดี ไม่จำเป็นต้องกรองออกมาจากของจำพวกนั้นนะครับ

ประเด็นเหลือ ๆ ก็แค่อ้างชื่อคนโน้นคนนี้ หรืออ้างสถานการ์โดนตามล่า หรือว่าจะเรียกให้ต้นสังกัดติดต่อเคลียร์กับคุณ เพราะคุณทำเงินให้เขาเยอะแยะมากมาย ผมมองว่าคุณกำลังทำเพื่อให้ตัวเองดูใหญ่ขึ้น นักเลงขึ้น อันนี้ช่างมันเหอะครับ คนอย่างคุณก็พยายามมาเยอะแล้วล่ะ อันนี้ผมเข้าใจ

ศิลปิน + ยาเสพย์ติด = ขี้ยา ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้หรอกครับ…

พี่เสกครับ พี่แค่ออกมายอมรับดี ๆ ไม่ต้องหาข้ออ้าง หรือทำให้เรื่องมันดูเบาลง เท่านี้ พี่ก็เป็นไอดอลของผมไปอีกนานแล้วล่ะครับ

แต่ถ้าจะให้เป็นตำนานละก็ ไปตายก่อนนะครับ

ทิ้งท้าย

ผมพยายามจะหาเพลงพี่เสกในคอมผมมาฟังส่งท้ายความสัมพันธ์ของเรา แปลกแฮะ ผมไม่เคยโหลดเพลงของพี่เลยเหรอวะครับ เพิ่งรู้นะเนี่ย !!!

ก็เลยมาแถลงข่าว อยากให้พวกเรานั้นเข้าใจ ไอ้สิ่งที่ฉันดูดลงไป แค่กัญชา…♫

ล่าสุดทางแกรมมี่ยกเลิกสัญญากับเสกเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

ส่งท้ายด้วยคำพูดของบร๊ะเจ้าซักนิด…

วันนี้ ผมซื้อแอพฯแท้มาแหละ !!!

Posted in ผมจะเขียนถึงโลกนี้..., iPhone with tags , , , , , , , , , on 2011/12/02 by beckung

วันนี้ ผมซื้อแอพฯแท้บน iPhone มาแหละ…

Entry นี้เป็นเรื่องของคนขี้อวดอะครับ

ตั้งแต่ผมซื้อ iPhone มานี่ สิ่งแรกที่ทำกับมันเลยคือสิ่งที่คนใช้หลาย ๆ คนเขาทำกันอยู่แล้ว ทำเพื่อให้ได้แอพฯฟรีที่ต้องการ ทำเพื่อการโหลดแอพฯได้แบบกระจายมากเท่าที่ความจุของเครื่อง 16 GB จะรับได้ ใช่แล้วครับ มันคือการ Jailbreak นั่นเอง ^^

ช่วงเดือนที่ผ่านมานี้ ผมได้ลองลง iOS ใหม่ คือ iOS 5.0 แล้วก็เหมือนเดิมครับ Jailbreak ทันทีหลังลง OS เสร็จ มันยังเป็น Tethered หรือการ Jailbreak แบบไม่สมบูรณ์ คือมันจะเปิด ปิดเครื่องเองตามลำพังไม่ได้ ต้องบูทเครื่องผ่านคอมพิวเตอร์เท่านั้น ดังนั้น ถ้าคุณเข้าป่าไปแล้ว iPhone คุณแบตหมดขึ้นมา ต่อให้คุณไปเจอที่ชาร์จ มันก็เป็นได้แค่ที่ทับกระดาษทันที

แต่ไม่นานมันดันมีวิธี Semi-Untethered หรือการ Jailbreak แบบสมบูรณ์ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ออกมา (งงมั๊ย) ผมเลย เอาวะ ลงก็ลง

หลังจากทำการ Semi-Untethered Jailbreak แล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นมันเยอะมาก ก็เพราะมันสมบูรณ์แค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ สรุป ผมยอมลงใหม่อีกรอบ

คราวนี้ไม่ Jailbreak แล้ว ตั้งใจไว้ว่า จะหาโหลดแอพฯฟรีใช้เอา และนี่ก็คือจุดเปลี่ยนจริง ๆ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า เครื่องที่ไม่ได้ Jailbreak แม่มทำงานไวกว่าเครื่องที่ Jailbreak เยอะมวากกก !!!

iPhone ผมกลายเป็น iPhone สีขาวไปแล้วตอนนี้ เน้นการโหลดแอพฯฟรีตลอด แต่แล้ว ปัญหาที่เกิดก็คือ แอพฯที่มันตอบโจทย์การใช้งานผมได้มันดันมีแต่แอพฯเสียเงินน่ะสิ

พอดีผมได้เจอ @bankkung ใน Twitter เขาเป็นคนขาย iTune Gifts Card สำหรับซื้อแอพฯบน AppStore เลยลองใส่มาซัก $15

$15 = 461.851099 บาท ในตอนที่ผมซื้อครับ แต่มันจะมีค่าเซอวิสอะไรต่าง ๆ รวมแล้วผมจัดไป 570 บาท ก็ถือว่าโอเคอยู่นะ แถมได้ไวด้วยล่ะ ♥

แอพฯแรกที่ผมซื้อมาคือ TweetBot ราคา $2.99 ซึ่งผมว่ามันเป็นแอพฯสำหรับใช้งานทวิตเตอร์ได้ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยใช้มาแล้วล่ะนะ

เคยมีคนถามว่าทำไมไม่ใช้แอพฯ Twitter Official เลย ผมบอกได้คำเดียวว่า มัน “กาก” มากครับ

แอพฯเกมที่ซื้อมาเกมแรกคือ Angry Birds เอาละ ประเด็นหลักมันอยู่ตรงนี้แหละ…

คือจริง ๆ เกมนกโกรธนี่ผมเล่นมาหลายรอบแล้วนะ แต่เกมที่ผมกำลังจะเล่นครั้งนี้มันไม่ธรรมดา เพราะผม เสียเงินซื้อ !!! เชื่อไหมว่า เป็นการเล่น Angry Birds ที่ผมอินและสนุกกับมันมากที่สุดเท่าที่เคยเล่นมา จะหาว่าเว่อร์หรืออะไรก็ได้ แต่ผมรู้สึกแบบนี้จริง ๆ มันคือเกมของผม เหมือนกับผมได้ของเล่นสมัยเด็ก ๆ มาจากพ่อจากแม่ ไม่ได้ไปยืมใครมาเล่น มันฟีลนี้จริง ๆ นะ ทุกด่านผมสนุกกับมันได้มากกว่าที่เคยเป็นจริง ๆ

จากปกติผมเล่นเกมอะไรได้ไม่ค่อยนานหรอก เดี๋ยวก็ต้องหาเกมอื่นมาเล่น เพราะว่าแต่ก่อนมันโหลดฟรี ๆ ไง แต่ตอนนี้แต่ละเกมต้องเลือกแล้วว่ามันมีคุณค่าจริง ๆ มันโอเคกับผมจริง ๆ ถึงจะกดซื้อมา

ผมตื่นเต้นขนาดทวีตบอกคนอื่นเลยนะ…

Angry Birds ของแท้ สนุกกว่าของเถื่อนครับ ผมยืนยัน !!!

เอิ่ม สาระของ entry นี้ผมว่ามันมีแค่นี้แหละ แค่อยากจะบอกความรู้สึกดี ๆ ของการได้ใช้แอพฯแท้ แม้ว่าแอพฯเถื่อนมันจะทำงานได้เหมือนแอพฯแท้ 100% แต่ว่าสภาพจิตใจผมมันดีกว่าเยอะ ใครจะหาว่าบ้าก็ได้

ก็มันรู้สึกแบบนี้จริง ๆ นี่นา…

ผมได้ไปดูเดี่ยวเก้ามาแหละ

Posted in ผมจะเขียนถึงโลกนี้... with tags , , , on 2011/08/14 by beckung

ผมได้ไปดูเดี่ยวเก้ามาแหละ

เดี่ยวเก้าที่เขียนถึงนี่คือ เดี่ยวไมโครโฟนเก้า ของ พี่โน้ส อุดม แต้พาณิชย์ ซึ่งในใจผมเขาคือนักพูดระดับอัจฉริยะของโลกเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียง จังหวะการพูด จังหวะการปล่อยมุก และการเล่นกับคนดูอย่างเป็นธรรมชาติ

นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ไปดูเดี่ยวไมโครโฟนแบบที่ไม่ใช่การโหลดบิท เพราะเอาจริง ๆ ผมก็ไม่เคยซื้อแผ่นแกมาดูเลย แต่ก็ได้ดูทุกภาคตั้งแต่เดี่ยวหนึ่ง ถึงเดี่ยวแปดนะ ;p

เดี่ยวเก้านี่เท่าที่ผมติดตาม ก่อนการเปิดจองบัตร ไม่ค่อยเป็น talk of the town เท่าไหร่นะ ดูเงียบ ๆ ด้วยซ้ำ แต่พอวันแรกที่จองนี่สิ รู้สึกว่า เว็บของ Thai Ticket Major จะล่มไปหลายรอบเหมือนกัน !!!

ส่วนผมได้บัตรใบละ 1,000 มา 4 ใบ เพื่อนจองให้ นับถือเค้าจริง ๆ ความพยายามสูงมาก เอาเป็นว่าได้ไปดูเดี่ยวแบบติดขอบเวทีครั้งแรกในชีวิตแล้วล่ะ 0/

หน้าตาของบัตรเดี่ยวรอบนี้เป็นบัตรแข็ง ทำออกมาสวยน่าเก็บไว้เลยล่ะ

รอบนี้จัดที่ Royal Paragon Hall ดูดีมีระดับ ในงานมีบูทของที่ระลึกเพียบ แต่ที่ติดใจที่สุดคือ The Pizza Company ซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลักอย่างเป็นทางการ แต่ของกินทุกสิ่งอย่างห้ามเอาเข้าไปข้างใน แล้วใครจะมานั่งยัดพิซซ่าวะครับ ส่วนผมไปซื้อแมคโดนัลมาก่อนเข้าชมการแสดง ปรากฎว่าเค้าไม่ให้เอาเข้า ก็นั่งยัดกันข้างหน้าก่อนโชว์นั่นแหละ ใครเห็นสภาพผมกับแฟนและเพื่อนอีกสองคนตอนนั้นคงคิดว่าไอ้พวกนี่มันตายอดตายอยากมาจากไหนแน่ ๆ !!!

…เอาล่ะช่างมัน สุดท้ายก็ได้เข้าไปข้างในจนได้

และนี่คือมุมจากที่นั่งในราคาบัตร 1,000 บาท

แม่เจ้า จะไกลไปไหน นี่ 1,000 เลยนะเฮ้ย !!!

เพดานและเวทีจะมีประดับด้วยโคมไฟกระดาษสวยมาก ๆ

แล้วก็เหมือนเดี่ยวที่ผ่านมา ที่นั่ง 500 จะได้นั่งบนทางเดินตรงบันไดครับ ณ จุดนี้ ถ้าไม่ใช่โชว์ที่มีพาวเวอร์พอ ผมว่ายากที่จะมีคนยอมมานั่งแบบนี้ แต่ที่นั่ง 500 ดูเหมือนว่าจะได้ดูใกล้กว่าที่นั่ง 1,000 ของผมเลยวะครับที่นั่งแต่ละที่จะมีหมอนหน้าอะไรก็ไม่รู้ แต่ไม่น่ารักแน่นอน ซึ่งสามารถเอามือสอดเข้าไปด้านข้างได้ ให้อุ่น ๆ และก็สามารถดึงขี้มูกมันออกมาได้ คือสไตล์พี่แกเลยแหละ ทำอะไรก็ขอแปลกไว้ก่อน แต่หมอนนี้เอากลับไม่ได้นะครับ มีขายหน้างาน ส่วนทุกที่นั่งที่ไม่ใช่ 500 จะมีหนังสือประวัติเดี่ยวหนึ่งถึงเดี่ยวเก้าของแกมาให้อ่านเล่น แต่ว่าในฮอลมืดมากครับ

หน้าตาของหนังสือ 16 ปีแห่งความโดด “เดี่ยว”

หน้าตาของหมอนประหลาด

ต่อไปเป็น SPOIL เล็ก ๆ น้อย ๆ ใครจะรอดู VCD DVD ก็ปิดไปเลยครับ 🙂

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

โชว์นี้เริ่มต้นได้เก๋เลย มีการแสดงทวีตจากพี่โน้ส (ทีมงาน) บนจอมอนิเตอร์ ซึ่งจุดนี้แสดงถึงศักยภาพในการเขียนข้อความเพื่อให้คนสนุก และหัวเราะได้แบบไม่ต้องใช้อารมณ์ ท่าทาง และหน้าตาของแก เจ๋งจริง ๆ และที่สำคัญ ตาโน้สแกรู้จักทวิตเตอร์ด้วยแฮะทวีตเนื้อหาประมาณ วิธีการใช้หมอนของแต่ละที่นั่ง หนังสือที่วางไว้แต่ละที่แค่ให้ยืม ไม่ได้ให้เอากลับ ตรงนี้ทำเอาเซ็งเล็กน้อย แต่สุดท้ายพี่โน้สก็ออกมาเฉลยนะว่าเอากลับได้ แต่ละทวีตข้อความมีการเล่นกับคนดูได้เยี่ยมจริง ๆ

และแล้วก็ถึงเวลา รอบนี่มาแปลกครับ พี่โน้สออกมาจากกลางเวที ปกติแกจะออกมาข้าง ๆ

เดี่ยวนี้พูดถึงชีวิตของโน้ส สมัยเด็ก ๆ ซึ่งลำบากมาก ๆ และก็แทรกมุกต่าง ๆ เข้าไปได้โอเคเลย

เพลงต่าง ๆ ที่เคยร้องเคยเล่นกันตอนเด็ก ๆ เช่น

– 123 ปลาฉลามขึ้นบก…

– นางเงือกน้อย…

– แม่จ๋าช่วยหนูด้วย หนูกินกล้วยอยู่บนหลังคา…

คือช่วงนี้ดูแล้ว เฮ้ย !!! จริง ๆ นะ มันใช่มาก ๆ

แล้วก็มีการพูดถึงเฟสบุค iPhone iPad BB แปลว่าพี่แกก็ทันสมัยกับเขาเหมือนกันนะเนี่ย เหมือนจะออกชื่อ DTAC เยอะไปหน่อย แต่ผมว่า มันก็ไม่น่าเกลียดมากนะ เรื่องเฟสบุคนี่ฮาเลย แกแบ่งประเภทของ status ไว้ 5 ประเภท ซึ่งแม่มตรงทุกข้อ มันจะต้องมีอย่างนี้จริง ๆ รายละเอียดยอมรับว่าจำไม่ได้ จำได้แค่ฮามาก

แล้วก็เรื่องโพลของวู้ดดี้ที่โหวตให้ตาโน้สเป็นตัวเก็งที่จะเป็นนายกฯ แกก็เล่าว่าถ้าแกเป็นนายก แกจะมีนโยบายยังไงบ้าง ซึ่งแต่ละนโยบายมันก็ฮา ๆ แปลก ๆ แบบไม่มีคนคิดได้นั่นแหละ

ตอนท้าย ๆ มีคำขวัญของกรุงเทพมหานครที่ตาโน้สเขาแต่ง ยาวมาก ๆ แต่ฟังแล้วใช่ !

แล้วก็มีเอาเพลง หน่วง ของ Room39 มาแปลงกัด การเมืองนิดหน่อย เออ โชว์นี้มีกัดการเมืองน้อยจริง ๆ นะ

โชว์ยาวประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง นิด ๆ

นี่แหละ ผลของการดูแล้วไม่ยอมมาเขียน blog ตั้งแต่วันแรก ๆ สุดท้ายก็ลืมหมด 555+ เอาเป็นว่า เดี่ยวเก้าผมว่าดรอปลงนิดหน่อยนะ ถ้าเทียบกับเดี่ยวแปด แล้วก็โฆษณาในโชว์เยอะมาก แต่ไม่ว่ายังไง สุดท้าย ผมก็ยกให้แกเป็นที่ 1 ด้านการแสดงเดี่ยวอยู่ดีแหละ 🙂

 ขโมย

รูปคนเถื่อน คิดจะขโมยหมอนกลับบ้านสินะ…

เอาเป็นว่า โชว์นี้ผมให้คะแนน (มีสิทธิ์อะไรไปให้เค้าวะ) ที่ 8.5/10 ละกัน…


Dietkun

Posted in ผมจะเขียนถึงโลกนี้..., Diet Project with tags , , , , , on 2010/07/29 by beckung

Entry นี้ ลองมารีวิว เครื่องชั่งน้ำหนักใหม่ ที่เพิ่งซื้อมา ดูจากหน้าตา มันน่าจะยี่ห้อ amborine หรือ Tamborine อะไรซักอย่างนี่แหละ ลองไปเซิ้งในเน็ทก็เจอแต่ยี่ห้อ Tambourine…

หรือว่ามันจะเป็นของก๊อปจากจีน…!!!

แต่มันมีชื่อแล้วนะ ชื่อว่า “Dietkun”…

ชื่อตั้งมาจากจุดประสงค์การใช้งานนั่นแหละ ออกแนวญี่ปุ่นนิด ๆ …

เจ้าไดเอ็ทคุงนี้ จากที่ไปอ่านคู่มือมา มันสามารถคำนวณไขมัน ปริมาณน้ำ และกล้ามเนื้อได้ด้วย…!!!

ไหนลองดูหน่อยเด…

จากรูปนี่ ตรงช่องบนซ้ายจะเป็นการตั้งค่า อายุ เพศ ส่วนสูง และรหัสผู้ใช้ โดยเซฟการตั้งค่าได้ 12 คน จะเยอะทำไมนักหนาวะ กุใช้แค่ 2 คน…

ช่องกลางเป็นค่าน้ำหนักที่ชั่งคราวที่แล้ว เออ อันนี้ดี ใช้ได้…

ช่องขวาสุดเป็นค่า ปริมาณไขมัน น้ำ และกล้ามเนื้อของการชั่งรอบที่แล้ว…

ลองขึ้นไปชั่งใหม่ ให้มันคำนวณเสร็จ ตามรูปช่องขวาสุดจะบอกปริมาณไขมัน 18.7%…

รอซักพักช่องขวามันจะบลิ๊งค์ อันนี้บอกปริมาณน้ำ…

และบลิ๊งค์บอกปริมาณกล้ามเนื้อ…

แล้วค่าทั้งหมดนี้ก็จะเก็บไปแสดงผลในคราวต่อไป…

เท่าที่อ่านคู่มือดูมันน่าจะทำได้แค่นี้ล่ะนะ ถ้าเทียบกับราคา 990 บาท ไฟแสดงผลไม่สว่าง และ มีแค่สีนี้สีเดียวละก็…

คะแนนความชอบส่วนตัว 7/10

%d bloggers like this: